แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3D Maps แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 3D Maps แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Review : HTC One S Smartphone ตัวรอง TOP บางเบา เจ๋งจนต้องบอกต่อ!!!

Review : HTC One S Smartphone ตัวรอง TOP บางเบา เจ๋งจนต้องบอกต่อ!!!

สวัสดีค่าเพื่อนๆชาว TechXcite วันนี้พวกเราทีมงาน TechXcite จะพาเพื่อนๆมารีวิวมือถือ รุ่นหนึ่ง ที่ทั้งดูดีมีสไตล์ความสามารถเพียบพร้อม เหมาะสำหรับมนุษย์ยุคไอทีอย่างเราแน่แท้ เจ้าตัวนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรและมีชื่อเรียกว่าอะไร เราไปดูพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่า
Smartphone ตัวนี้ถูกส่งมาจากค่าย HTC เค้าตั้งชื่อให้มันว่า HTC One S ถ้าพูดถึงการดีไซน์ถือว่าเป็นการดีไซน์ที่ทั้งเรียบและหรู เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยที่สามารถมีไว้ครอบครองได้เลยค่ะ การดีไซน์จะเป็นสี่เหลี่ยมมนๆเช่นเคยตามสไตล์ HTC บางเพียง 7.8 มม. น้ำหนักเพียงแค่ 119.5 กรัมเท่านั้น สามารถพกพาได้สะดวกไม่หนัก จะใส่ในกระเป๋ากางเกงก็ได้สบายๆ
เรามาดูด้าน Spec ของเจ้าตัวนี้กันดีกว่า
เจ้า HTC One S มี CPU มาให้ 1.7 GHz แบบ dual core แรม 1 GB ค่ะ และเป็นระบบปฎิบัติการAndroid 4.0.3 มีความจำตัวเครื่องมาให้ถึง 16 GB
ส่วนการดีไซน์รอบๆตัวเครื่องนะค่ะ ด้านหน้าข้างบนมุมขวาจะเป็นกล้องหน้า ด้านล่างจะเป็นปุ่มทัชสกรีน มีปุ่ม back,home และปุ่มเปิดแอพฯล่าสุด
ด้านบนมีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอ ถัดมาเป็นรูสำหรับแงะฝาหลัง ถัดมาเป็นรูไมโครโฟนเล็กๆ และสุดท้ายเป็นรูสำหรับเสียบหูฟังค่ะ
ด้านล่างมีเพียงแค่รูไมโครโฟนรูเล็กๆเท่านั้น
ด้านขวาก็จะมีแค่ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง
ด้านซ้ายมีช่องเสียบ Micro USB หรือชาร์ตแบต
ด้านหลังข้างบนตรงกลางจะมีกล้องอยู่คู่กับแฟลซ ด้านล่างสุดจะเป็นรูลำโพงค่ะ
เจ้า HTC One S ตัวนี้ไม่สามารถถอดแบตออกได้ แต่ฝาหลังส่วนบนสุดจะถอดออกได้เพื่อใส่ MicroSim ค่ะ
พูดถึงเรื่องการเปิดเครื่อง ..ใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาทีเท่านั้นค่ะ
ส่วนหน้าหลักมีทั้งหมด 7 หน้า หน้าหลักนี้จะสามารถลากแอพฯหรือวิดเจ็ตมาวางไว้ได้ ไอคอนด้านล่างจะเป็นเมนูลัดค่ะ เีราสามารถกำหนดเองได้ ในส่วนของโปรแกรมเจ๋งๆที่ติดมาพร้อมกับเจ้า HTC One S ตัวนี้ก็มี HTC HUBเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไว้โหลดโปรแกรมต่างๆนอกเหนือจาก Google Play และ Friend Stream เป็นโปรแกรมสำหรับพวก Social Network สามารถล็อคอินเข้าไปแล้วเล่นได้เลย โดยไม่ต้องโหลดโปรแกรม Facebookหรือ Twitter มาเพิ่ม
มารีวิวกล้องถ่ายรูปของเจ้า HTC One S มีถึง 2 กล้อง กล้องหน้าและกล้องหลัง กล้องหลังเค้ามีมาให้ถึง 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าความละเอียด VGA (640 X 480) การถ่ายรูปจากเจ้าตัวนี้มันสามารถปรับ effect ให้ภาพก่อนที่จะถ่ายได้  แล้วถ้าถ่ายแล้วแต่ยังไม่พอใจก็สามารถปรับแต่งภาพเพิ่มได้อีกค่ะ การถ่ายวิดีโอสามารถถ่ายได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง และสามารถเพิ่มลูกเล่นโดยการถ่ายวิดีโอแบบสโลวโมชั่นได้ด้วยนะค่ะ อ้อ!มีลูกเล่นอีกอย่างที่ลืมพูดถึงไม่ได้เลยก็คือการถ่ายวิดีโอไปพร้อมกับถ่ายรูปได้ด้วย โดยที่การถ่ายวิดีโอก็ยังคงถ่ายไปอย่างต่อเนื่อง
ภาพถ่ายจากกล้องหลัง
ภาพถ่ายจากกล้องหน้า
การเข้าเว็บไซต์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์พื้นฐานจนถึงเว็บไซต์ที่มี content เยอะๆ ก็สามารถเข้าได้สบายๆไม่มีกระตุก การซูมเข้า-ออกก็ไร้ปัญหาภาพแตกหรือตัวอักษรตกบรรทัด สามารถดูได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนเลยค่ะ
เรามาดูการใช้งานทางด้าน Social Network กันบ้างดีกว่า อย่างการเล่น Facebook สามารถอัพ status , check in หรืออัพรูปภาพต่างๆได้สบายๆเลย
ด้านการฟังเพลง แม้เจ้า HTC One S จะมีลำโพงเล็กๆ แต่เสียงดังได้ใจแน่นอน แถมมีจุดเด่นในการฟังแบบBeats Audio ได้อีกด้วย สามารถเลือกฟังเสียงได้หลายแบบ แต่มันรองรับแค่การฟังโดยเสียบหูฟังเท่านั้น แนะนำให้ซื้อหูฟังเจ๋งๆสักอัน รับรองการฟังเพลงจะแจ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ส่วนการดูหนังหรือวิดีโอบน HTC One S ตัวนี้แบบ HD สามารถดูได้อย่างสบายใจไม่มีกระตุก ภาพและเสียงคมชัดตามคุณภาพไฟล์ที่เราโหลดมา  จะเลือกดูแบบแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได้ แถมยังปรับแสงให้มืดหรือสว่างได้อีกด้วย และการดูหนังแบบ HD บน Youtube ก็ไม่มีปัญหาเช่นกันไม่มีกระตุกหรือหลุดเลย
ส่วนเพื่อนๆที่ชื่นชอบการเล่นเกมเจ้า HTC One S ตัวนี้ก็ไม่ทำให้เพื่อนๆผิดหวัง เพราะทั้งภาพและเสียงคมชัด ไม่กระตุกและหลุดระหว่างเล่นเลย
ลองวัด Spec จากโปรแกรม Antutu ได้คะแนนมาถึง 7152 คะแนน 
บทสรุปสำหรับเพื่อนๆที่กำลังมองหา Smartphone ดีๆสักเครื่องมาครอบครอง ลองพิจารณาเจ้า HTC One S ดูนะคะ เพราะการดีไซน์เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ถือไปไหนมาไหนได้อย่างเท่ๆ แถมความสามารถของเจ้าตัวนี้ก็ไม่ธรรมดาแน่นอน
ข้อดี-ตัวเครื่องแข็งแรงทนทานเพราะทำจากอลูมิเนียม
-ภาพคมชัด และลำโพงดังชัดเจน
-ในการถ่ายรูปมีลูกเล่นให้เลือกเล่นเยอะ
-แบตค่อนข้างทน ใช้งานได้นานเลยทีเดียว
-สามารถเลือกฟังเพลงได้ในระบบเสียงแบบ Beats Audio
ข้อสังเกต
-ไม่สามารถเพิ่มเมมนอกได้ แต่เค้าก็มีความจำตัวเครื่องมาให้เยอะเลยทีเดียว
-การฟังเพลงในระบบเสียงแบบ Beats Audio ไม่รองรับการเปิดเสียงออกทางลำโพง ต้องเสียบหูฟังถึงจะฟังได้ แต่การเปิดเสียงออกทางลำโพงเสียงก็ดังดีเหมือนกันนะ

วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Review: Samsung Galaxy S III เกิดมาเพื่อฆ่า iPhone ภาค 1 - แกะกล่องลองสัมผัส!

 Review: Samsung Galaxy S III เกิดมาเพื่อฆ่า iPhone ภาค 1 - แกะกล่องลองสัมผัส! ::

หลังจากปล่อยให้สาวก ป๋าเอก TechXcite รอกันมาเนิ่นนานจนหลายท่านเริ่มที่จะหงายเงิบไปแล้วก็มิใช่น้อย ในที่สุดป๋าก็สามารถหาเวลาประจวบเหมาะที่จะมารีวิวมือถือ Samsung Galaxy S III ซูเปอร์สมาร์ตโฟนบนระบบปฏิบัติการAndroid ตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย Samsung ที่เป็นความหวังใหม่ในการโค่นบัลลังก์สุดยอดมือถือจาก iPhoneของฝั่ง Apple มา Review แบบจัดเต็มให้แฟนๆ TechXcite ได้ติดตามกันเสียที
สำหรับเรื่องความร้อนแรงของ Samsung Galaxy S III นั้นป๋าคงไม่ต้องมาพร่ำพรรณนาว่าของเขาฮอตที่สุดในตลาดสมาร์ตโฟนเวลานี้แล้วด้วยยอดขายที่ว่ากันว่าจะแตะระดับ 10 ล้านเครื่องทั่วโลกภายในเดือนกรกฎาคมที่จะมาถึงนี้ทั้งที่ออกวางจำหน่ายไปได้เพียงไม่นาน ในขณะที่บ้านเราเองไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายไหนคลื่นใดเราก็คงเห็นทั้งโฆษณาโปรโมตในหลากหลายรูปแบบทั้งในจอและนอกจอโทรทัศน์ชนิดที่หลายท่านอาจจะทราบฟีเจอร์หลักๆของSamsung Galaxy S III ไปหมดแล้วเสียด้วยซ้ำละมั้ง 555+
แต่ก็เอาเถอะครับ...สำหรับหลายๆท่านที่อาจจะยังงงอยู่ว่า Samsung Galaxy S III นั้นมันดีกว่ามือถือที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดอย่างไร ป๋าก็จะขอมาแนะนำคร่าวๆอีกซักรอบว่า Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมายไม่ว่าจะเป็นความเป็น Quad Core CPU ของมัน, ระบบปฏิบัติการ Android 4.0เวอร์ชันล่าสุด, หน้าจอขนาดใหญ่ระดับน้องๆ Galaxy Note, กล้องหลังกด-ถ่ายๆทันทีเหมือน iPhone (ความละเอียดเท่ากันซะด้วย) รวมไปจนถึงฟีเจอร์ยิบย่อยอีกเยอะแยะตาแป๊ะไก่ทั้ง S Voice, Smart Stay หรือ S Beam เป็นอาทิ
นอกจากนี้แล้ว Samsung Galaxy S III ยังจะเป็นหนึ่งในไลน์อัพสำคัญของงานมหกรรมสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตแห่งสยามประเทศ Thailand International Mobile Show 2012 ที่ทุกท่านสามารถจะไปจับจองเป็นเจ้าของกันได้ในราคาน่าโดนพร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุดๆจาก 3 ค่ายดังทั้ง AIS, DTAC และ TrueMove Hระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2555 นี้ที่BITEC บางนาด้วยครับ
ดังนั้น ป๋าเอก TechXcite แนะนำทุกท่านว่าเราจะรอช้าอยู่ไย ไปทำความรู้จักกับว่าที่โคตรสมาร์ตโฟนหมายเลขหนึ่งในเวลานี้ที่รอวันโค่น iPhone ให้ราบคาบอย่างเจ้า Samsung Galaxy S III กันในบทความ Reviewนี้กันเลยดีกว่าพี่น้องเอีย!!!

แกะกล่องลองสัมผัส Samsung Galaxy S III

หน้าตากล่อง Samsung Galaxy S III ขนาดกำลังเหมาะมือไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ด้านหน้ามีการสกรีนชื่อSamsung Galaxy S III เป็นสีเงินตัดกับกล่องสีขาวดูสวยดีแฮะ โดย Samsung Galaxy S III ที่ป๋าได้รับมา Review ในตอนนั้นก่อนที่สุดท้ายจะไปซื้อมาใช้เอง (อิอิ) นั้นจะเป็น Samsung Galaxy S III สีขาวMarble White ครับ ซึ่งนอกเหนือจากจะมีสีขาวแล้ว Samsung Galaxy S III สีน้ำเงิน Pebble Blueซึ่งอย่างหลังจะพร้อมมาวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในงาน Thailand International Mobile Show 2012ช่วงสุดสัปดาห์นี้ครับ :)
ด้านหลังกล่อง Samsung Galaxy S III ก็ตามมาตรฐานของ Samsung ครับคือจะมีการบอกรายละเอียดในเรื่องของสเปคพื้นฐานมาให้ด้วย โดยเฉพาะคนที่อยากจะดูว่า Samsung Galaxy S III รองรับคลื่นความถี่ของค่ายไหนก็สามารถพลิกมาดูได้ง่ายๆตรงนี้เลยครับ :)
ในส่วนของอุปกรณ์เสริม Samsung Galaxy S III ที่มาในกล่องขนาดเท่าฝ่ามือนี้ก็ประกอบด้วยที่ชาร์จแบตเตอรี่Wall Charge, สาย MicroUSB สำหรับการโอนถ่ายข้อมูลและชาร์จแบตเตอรี่, หูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. ที่ใช้งานเป็นไมโครโฟนรับสายโทรเข้า-ออก รวมไปจนถึงคู่มือการใช้งาน Quick Start Guide สำหรับSamsung Galaxy S III ภาษาไทยอ่านเข้าใจทุกครัวเรือนแน่นอน 
มาว่ากันถึงเรื่องของการออกแบบ Samsung Galaxy S III กันบ้างเพราะเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวจากที่ป๋าได้ไปรับฟังมาจากทางทีมงานของ Samsung โดยเขาเปิดเผยว่าดีไซน์ของ Samsung Galaxy S III ถือได้ว่าเป็นการพลิกมุมมองในการทำงานของบริษัท Samsung ครั้งใหญ่ จากเดิมที่ว่าสมาร์ตโฟนจะต้องเน้นในเรื่องของสเปคเทพตัวเลขเยอะๆมาเป็นหลัก (เหมือนอย่างใน Samsung Galaxy S II) กลับมาคราวนี้ประธานบริษัทSamsung ขอเสนอแนวคิดใหม่ให้มีการตั้งทีมดีไซเนอร์ออกแบบพิเศษสำหรับ Samsung Galaxy S III โดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ได้อย่างสะดวกมากขึ้นกว่าเดิมตามคอนเซปต์ Designed for Humans ที่หลายท่านได้ยินกันจนชินหูนั่นแล ส่วนเรื่องความแรงความเมพของฮาร์ดแวร์นั้นค่อยไปหาวิธีนำมาใส่ให้ได้ทีหลัง...เข้าใจ๊!?
ซึ่งจากที่ป๋าได้ยินมานั้นคอนเซปต์ในการออกแบบ Samsung Galaxy S III ฟังดูแล้วช่างหรูหราฮานาก้าเสียนี่กระไรเพราะ Samsung ส่งทีมออกแบบดังกล่าวออกไปหาแรงบันดาลใจจากทั่วโลกเพื่อนำมาออกแบบ Samsung Galaxy S III ให้เริดหรูที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสีขาว Marble White และสีน้ำเงิน Pebble Blue ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหินอ่อนและหินแร่ในธรรมชาติ (จำชื่อไม่ได้แล้วแฮะ) ส่วนตัวเครื่องที่ดูโค้งมนไร้โหนกนูนให้เเกิดอาการสะดุดเวลาสัมผัสนั้นก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสระว่ายน้ำเสมือนไร้ขอบ Infinity Pool ในโรงแรม Marina Bay Sands ของประเทศสิงคโปร์เป็นอาทิ
ในส่วนของขนาดมาตรฐานตัวเครื่อง Samsung Galaxy S III นั้นอยู่ที่ 136.6 x 70.6 x 8.6 มม. พร้อมน้ำหนักเพียง 133 กรัม ซึ่งป๋าจะบอกว่าตัวเครื่องนั้นหนาใหญ่กว่า Samsung Galaxy S II อยู่พอประมาณ แต่เวลาหยิบจับใช้งานจริงแล้วเครื่องมันจะเบามาก (แรกๆจะเผลอทำหลุดมือตลอดเวลาเลย -*-) ไม่รู้เขาทำกันได้ยังไงเหมือนกันแฮะ :)
ว่าแล้วก็ไปดูส่วนประกอบต่างๆด้านหน้าของ Samsung Galaxy S III กันเลยดีกว่า โดยด้านบนหน้าจอหลักจากซ้ายไปขวาจะประกอบด้วยไฟแจ้งเตือนและแสดงสถานะแบบ LED ที่สามารถเลือกเปิด-ปิดได้ (สีเขียว-แดง-น้ำเงิน-ขาว), ตะแกรงลำโพงสำหรับฟังเสียงสนทนาโทรศัพท์, Ambient Light Sensor เซนเซอร์ตรวจจับสภาพแสง, Proximity Sensor เซนเซอร์ตรวจจับใบหน้าเมื่อสนทนาโทรศัพท์จะปิดหน้าจอให้อัตโนมัติ และกล้องหน้าความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซลครับ
ทางด้านบนเครื่อง Samsung Galaxy S III มีแค่ช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้นครับ
ส่วนปุ่มใช้งานด้านล่างทั้ง 3 ปุ่มของ Samsung Galaxy S III จะมีปุ่ม Home เป็นหลักอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยปุ่ม Menu และ Return ทางซ้ายและขวาซึ่งจะเป็นปุ่มสัมผัสแบบ Capacitive และจะเรืองแสงขึ้นมาเมื่อกดใช้งาน ดังนั้นเวลาปกติแล้วปุ่มเหล่านี้จะถูกซ่อนเอาไว้แบบเนียนๆบนตัวเครื่องดูไม่เกะกะรกหูรกตาดีแฮะ
ใต้เครื่อง Samsung Galaxy S III จะเป็นสถานที่สิงสถิตของพอร์ต MicroUSB และช่องไมโครโฟนหลักสำหรับสนทนาโทรศัพท์จ้า
ปุ่ม Power เปิด/ปิดเครื่องและ Unlock อยู่ทางด้านขวามือของ Samsung Galaxy S III 
ส่วนแถบปรับระดับเสียงอยู่ทางซ้ายมือของตัวเครื่อง Samsung Galaxy S III จ้า
พลิกมาที่ฝาหลังของ Samsung Galaxy S III ที่เป็นประเด็นถกเถียงกันมากเหลือเกินในเรื่องของความสวยงามในแวบแรกที่เห็นในงานเปิดตัวว่ามันช่างละม้ายคล้ายคลึง Samsung Candy ซะเหลือเกิน 555+ (ป๋าเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย...ไม่ปฏิเสธ) อย่างไรก็ตามพอได้มาสัมผัสของจริงแล้วคืออารมณ์แบบว่าเปลี่ยนเลย...แบบว่ามันสวยดีเหมือนกันแฮะอีเรียบๆแบบนี้เนี่ย จับดูแล้วไม่กากเดนอย่างที่หลายฝ่ายปรามาสเอาไว้แม้แต่น้อยเลย
โดยฝาหลังของ Samsung Galaxy S III จะถูกผลิตขึ้นด้วยวัสดุโพลีคาร์บอเนตพร้อมเคลือบไว้ด้วยสารHyperglaze ที่เขาบอกว่าช่วยกันรอยขีดข่วนได้แถมยังเพิ่มความเงางามให้กับตัวเครื่องได้อีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับออปชั่นการใช้งานหลักๆด้านหลัง Samsung Galaxy S III ถ้าไม่นับโลโก้ Samsung สีเงินที่พาดอยู่เกือบๆตรงกลางแล้วก็จะมีกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลประกบซ้าย-ขวาด้วยแฟลช LED และตะแกรงลำโพงหลักสำหรับรับฟังเพลงและความบันเทิงต่างๆตามแต่ใจคุณปรารถนา
อันนี้น้าป๋วยแอบทดสอบความอึดของฝาหลัง Samsung Galaxy S III ด้วยการแงะออกมาบิดงอโชว์ให้ดูว่ายังใช้ได้ไม่มีปัญหา...แน่นอนว่าเป็นฝาหลังเครื่องเทสต์ ไม่ใช่ของป๋าเอกแต่อย่างใด XD
แกะฝาหลัง Samsung Galaxy S III ทุกท่านจะพบกับแบตเตอรี่ความจุ 2100mAh ใช้งานได้จุใจไม่น้อยเลย นอกจากนี้ก็จะมีช่องใส่ MicroSD Card และช่องใส่ SIM Card ที่เป็น Micro SIM นะครับ...ย้ำว่า Micro SIM อีกครั้งเพราะเห็นมีหลายคนนึกว่า Samsung Galaxy S III รองรับ SIM Card ปกติเหมือนอย่างSamsung Galaxy Note ครับ!!!
สำหรับความสะดวกสบายในการหยิบจับใช้งาน Samsung Galaxy S III ส่วนตัวแล้วป๋าชอบนะกับดีไซน์แบบโค้งมนอย่างนี้ แต่ดูเหมือนว่าหลายๆท่านจะชื่นชอบดีไซน์เหลี่ยมๆมากกว่าเพราะมันดูเท่ดีเหมือนอย่าง Samsung Galaxy S II หรือ Samsung Galaxy S III LTE ที่วางจำหน่ายในประเทศเกาหลีใต้
กระนั้นก็ดีดีไซน์โค้งมนตามตัวเครื่องพร้อมลบเหลี่ยมมุมในจุดต่างๆนั้นช่วยให้การหยิบจับ Samsung Galaxy S III กระชับมือมากขึ้นเพราะจุดที่โค้งมนเหล่านี้นั้นจะเข้าล็อคกับอุ้งมือของเราพอดี ซึ่งช่วยให้องศาในการวาดนิ้วไปบนหน้าจอมากขึ้นกว่าเดิมแม้ว่าหน้าจอจะใหญ่ขึ้นกว่า S II ก็ตามที
พูดกันถึงเรื่องตัวเครื่องและดีไซน์ภายนอกของ Samsung Galaxy S III มาก็เยอะแล้วคงไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยสำหรับอีกหนึ่งฟีเจอร์หลักที่เป็นจุดขายของ Samsung Galaxy S III นั่นก็คือหน้าจอแบบ Super AMOLED HD ขนาดใหญ่ใช้ได้ถึง 4.8 นิ้วความละเอียด 1280*720 พิกเซลที่หลายคนกล่าวขวัญถึงกันนั่นเอง โดยการกลับมาของ Samsung Galaxy S III คราวนี้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนั่นก็คือ Samsung หันไปใช้งานหน้าจออีกแบบที่เรียกว่า PenTile Display ซึ่งจะช่วยให้การแสดงผลสีคมชัดและสมจริงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย
นอกจากนี้แล้วที่น่าหวั่นใจแทนสาวก iPhone เป็นยิ่งนักก็คือเรื่องของความชัดเจนบนหน้าจอ Samsung Galaxy S III ที่เริ่มเข้ามาทาบรัศมี Retina Display ชนิดหายใจรถต้นคอแล้ว โดย Samsung Galaxy S III มาพร้อมจำนวนพิกเซลต่อตารางนิ้ว (ppi) ที่สูงถึง 306ppi ซึ่งแม้จะน้อยกว่า iPhone 4S แต่ด้วยresolution หน้าจอที่มากกว่าก็สามารถเข้ามาชดเชยจุดนี้ได้ไม่น้อยทีเดียว เรียกได้ว่าถ้ามานั่งจ้องสองจอของสองค่ายพร้อมๆกันตอนนี้เริ่มเห็นความแตกต่างน้อยลงแล้วละครับ
ภาพนี้เอามาให้ชมกันคร่าวๆเลยว่าหน้าจอ Samsung Galaxy S III คมชัดซักแค่ไหน...แต่ไม่รู้ป๋าคิดไปเองหรือเปล่าว่าหน้าจอ Samsung Galaxy S III มันออกจะอมสีฟ้าพิกลๆ หรือจะเป็นคอนเซปต์ Designed for Humans ดูจอสีนี้แล้วจะสบายตากว่าเดิมก็ไม่รู้แฮะ :P
ขณะเดียวกันหน้าจอ Samsung Galaxy S III ก็ไม่ได้มีดีแค่ความชัดโอเวอร์เอาใจพวกชอบจอเทพแต่เพียงอย่างเดียว เพราะวัสดุที่นำมาผลิตหน้าจอ Samsung Galaxy S III นั้นก็เป็นกระจก Gorilla Glass 2เวอร์ชันล่าสุดที่ได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานมากขึ้นกว่าเดิมแต่สามารถลดขนาดวัสดุลงไปได้เยอะพอสมควร นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมตัวเครื่อง Samsung Galaxy S III ถึงบางได้ใจขนาดนี้ไงครับ :)
มาถึงช่วงสุดท้ายของภาคแรกกับการ Review: Samsung Galaxy S III เกิดมาเพื่อฆ่า iPhone โดย ป๋าเอก TechXcite ก็ต้องขอบอกแฟนๆทุกท่านว่าเรื่องราวกำลังเข้าสู่ช่วงเข้มข้นเร้าใจขึ้นทุกขณะในตอนต่อไปที่ป๋าจะมานำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆทั้งหมดใน Samsung Galaxy S III มาให้ทุกท่านได้ติดตามกันครับ
ป๋ารับรองฮะว่าทุกท่านจะได้อึ้ง-ทึ่ง-เสียว (ถ้าไม่เผลอไปดูโฆษณา Samsung Galaxy S III เวอร์ชันเต็มกันเสียก่อนนะ 555+) กับคุณสมบัติใหม่ๆใน Samsung Galaxy S III ที่แตกต่างจากคู่แข่งอีกหลายๆเจ้าในตลาดสมาร์ตโฟน Android แน่นอน...แต่จะเหมือน iPhone หรือเปล่า อันนี้ไม่รู้ :P