แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Review แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Review แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Review : HTC One สมาร์ทโฟน High-End ดีไซน์เด่น ลำโพงดัง!

Review : HTC One สมาร์ทโฟน High-End ดีไซน์เด่น ลำโพงดัง!
สวัสดีแฟนๆ TechXcite ทุกคนนะค๊า วันนี้จะมารีวิวมือถือระดับ High-End ที่ได้ผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ดีไซน์หรู หุ่นเพรียวบาง ที่มาพร้อมกับลำโพงคู่ด้านหน้าช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังได้แบบสะกิดใจกันเลยทีเดียว และจัดเต็มกับฟีเจอร์ต่างๆมากมาย เริ่มจะอยากรู้กันแล้วชิมิล่ะ!?! ว่าสมาร์ทโฟนที่ว่านี้มันคืออะไร เฉลยย ย ย!!!เจ้าตัวนี้คือออ...HTC One นั่นเองงง!
มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่า
ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียม ไร้รอยต่อ ทอเต็มผืน เอ้ย…! ไม่ใช่ละ 5555 เจ้าตัวนี้หนาเพียง 9.3 มิลลิเมตร หนัก143 กรัม จอกว้าง 4.7 นิ้ว แสดงผลแบบ Full HD Super LCD3 ให้สีสันคมชัดแบบฝุดๆ HTC One ตัวนี้เป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.1.2 Jelly Bean มาพร้อมกับ CPU Qualcomm Quad Core ด้วยความเร็ว 1.7 GHz ลงแอพฯที่มีกราฟฟิคสูงๆได้ไม่มีปัญหา หน่วยความจำมีให้เลือกสองแบบคือ 32 GB และ 64 GB ค่ะ
ดูที่รอบๆตัวเครื่องกันบ้างนะคะ
  • ด้านซ้าย - มีถาดใส่ซิมการ์ดแบบ microSIM
  • ด้านขวา – มีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง จะเรียบเสมอกับตัวเครื่องเลยค่ะ
  • ด้านบน – มีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ระบบเสียง Beats Audio ถัดมาเป็นปุ่ม Power เปิด/ปิดเครื่อง และที่เป็นแถบสีดำนั่นก็เพราะว่ามันเป็น IR Blaster สามารถใช้เป็นรีโมททีวีหรือเครื่องเสียงก็ได้ค่ะ
  • ด้านล่าง -  มีช่องเสียบพอร์ต microUSB และที่มุมขวามีช่องไมโครโฟนสนทนา
  • ด้านหลัง – เรียบแต่หรูมากค่ะ ออกแบบให้โค้งมน จับได้ถนัดมือ
มาลองรีวิวกล้องกันดีกว่า \^o^/


                กล้องหน้า                                        กล้องหลัง
กล้องหน้ามีความละเอียด 2.1 Mpixel มีเลนส์มุมกว้าง 88º ช่วยเพิ่มมุมมองการถ่ายภาพได้กว้างขึ้น พร้อมประสิทธิภาพการใช้งาน HDR ส่วนกล้องหลังอยู่ที่ 4 Mpixel บวกกับเซ็นเซอร์รับภาพแบบใหม่ของ HTC ชื่อว่าUltraPixel สามารถรับแสงได้มากขึ้นถึง 300% ถ่ายย้อนแสงได้สบายๆเลยจ้า
ลำโพงคู่ด้านหน้า มาพร้อมกับระบบเสียงที่ชื่อว่า BoomSound ให้เสียงโดยพันธมิตร เย้ยยย! ให้เสียงที่ดัง คมชัด มีมิติมากขึ้น
มาถึงฟีเจอร์ใหม่ของ HTC One ที่ชื่อว่า BlinkFeed กันนะคะ หลายคนงงว่า BlinkFeed คืออะไร สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เอาข่าวสารที่เราสนใจบน Social Network มารวมกันอยู่ที่หน้า home screen เราสามารถเลือกหัวข้อที่ต้องการอ่านหรือจะเลือก Highlights เพื่อให้ BlinkFeed คัดเรื่องเด่นๆ ขึ้นมาโชว์ทีเดียวก็ได้น๊า
ยังไม่หมดนะคะ HTC ยังส่ง HTC Zoe มาให้เราเล่นสนุกกันด้วยค่ะ เป็นฟังก์ชั่นถ่ายวิดีโอยาว 3 วินาทีพร้อมกับการถ่ายภาพนิ่ง 20 ภาพ ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว หลังจากถ่ายออกมาแล้วเราสามารถแต่งหรือใส่ effect ให้กับ "Zoe" ของตัวเองได้ สุดยอดเบยยย
 
                                               หน้า home screen และหน้าเมนูต่างๆค่ะ
โดยรวมแล้วถือว่าเจ้าตัวนี้มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่าสมาร์ทโฟนยอดฮิตอย่างไอโฟนเลยทีเดียว การใช้งานลื่นปรื้ดด สบายบรื๋อออ >”< และยังมีลูกเล่นแพรวพราวให้เราสนุกกันเต็มที่ ราคามือถืออยู่ที่ 21,900 บาท ถือว่าคุ้มค่ะ :D
ข้อดี
  • ตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม Unibody แข็งแรง ทนทาน งานประกอบเนี๊ยบ ไร้รอยต่อ
  • ลำโพงวางในตำแหน่งที่เหมาะสม Boom Sound ฟังแล้วเจ๋งจริง ฟิน!
  • ถึงแม้ว่ากล้องพิกเซลจะน้อย แต่มีเซ็นเซอร์ UltraPixel คุณภาพที่ได้ก็ถือว่าดีกว่ากล้องที่มีพิกเซลเยอะๆแล้ว
  • ใช้งานแล้วลื่นไหล ไม่สะดุด
ข้อสังเกต
  • ด้วยตัวเครื่องที่ทำจากวัสดุอลูมิเนียม ทำให้เครื่องร้อนเร็วไปนี๊ดดด…นึง
  • ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงที่เรียบแนบกับตัวเครื่องนั้น อาจจะทำให้หลายๆคนกดลำบากหน่อยนะคะ
  • ใช้เวลาชารจ์แบตเตอรี่ในแต่ละรอบนานมาก

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Review: รีวิว Samsung Galaxy Ace 2 (Cooper 2) อีกหนึ่งความแรง พลัง Dual-Core ราคาต่ำหมื่น!

Review: รีวิว Samsung Galaxy Ace 2 (Cooper 2) อีกหนึ่งความแรง พลัง Dual-Core ราคาต่ำหมื่น!

สวัสดีครับ กลับมาพบกับรีวิวอุปกรณ์ไอทีมันส์ๆ กับ เฮียณัฐ TechXcite วันนี้ก็จะเป็นการรีวิวมือถือ Androidราคาไม่ถึงหมื่น ซึ่งในปัจจุบันราคาของมือถือ Android นั้นค่อนข้างลดลงเยอะแล้วเหมือนกัน โดยเฉพาะมือถือที่มีCPU Dual-Core ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็มีหลายยี่ห้อเหมือนกันที่ลดราคาลงเหลือต่ำกว่า 1 หมื่นบาทแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีราคาสูงถึงหมื่นกลางๆ เลยทีเดียว โดยในวันนี้เฮียณัฐจะมารีวิว Samsung Galaxy Ace 2 ให้ชมกันครับ

ก่อนอื่นมารู้จักถึงประวัตื ความเป็นมาของ Samsung Galaxy Ace 2 กันก่อนครับ มือถือ Samsung ซีรีย์Galaxy Ace นี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า Galaxy Cooper ก็คงจะร้องอ๋ออออ.. กันทันที ใช่แล้วครับ Galaxy Ace เป็นชื่อที่ใช้เรียก Cooper ในต่างประเทศนั่นเอง โดยตัวที่เฮียจะรีวิววันนี้จะเป็นรุ่นต่อจาก Galaxy Cooper ตัวแรก ซึ่งก็คือ Galaxy Ace 2 (จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ก็มี Galaxy Ace Plus ไปแล้ว 1 ตัวครับ) 
ต่อไปลองมาดูสเปคของ Samsung Galaxy Ace 2 I8160 กันคร้บ
Samsung Galaxy Ace 2 รหัส I8160 มีความโดดเด่นที่ตัว CPU ที่เป็นแบบ Dual-Core ประมวลผลพร้อมกัน 2 แกนทำให้ลดความหน่วงลงไปได้เยอะเลยครับ เมื่อเทียบกับ Cooper ตัวแรก และถึงแม้ว่าความเร็วของCPU จะอยู่ที่ 800MHz แต่ความเร็วในการประมวลนั้นถือว่าทำได้เยี่ยม ส่วน RAM นั้นมีอยู่ 768MB ทำงานร่วมกับ Android 2.3 Gingerbread + TouchWiz 3.0 UI สามารถอัพเป็น Android 4.0 ICS ได้แน่นอน  และใช้ GPU Mali-400MP
มีหน่วยความจำภายใน 4GB สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 32GB, กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และระบบ Auto Focus, กล้่องหน้า VGA ความละเอียด 3 แสนพิกเซล, สามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ HD 720p 30fps
ต่อไปเราลองไปชมรอบๆ ตัวเครื่องกันดีกว่าครับ ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง
งานประกอบโดยรวมจะเป็นพลาสติก แต่ก็ไม่ได้ดูแย่นะครับ งานประกอบแน่นหนาดี พื้นผิวด้านหน้ามันเงา มีขอบเป็นสีเงินดูหรูหรา ขนาดพอดีมือ เหมาะมือดีทั้งผู้ชายหรือผู้หญิงครับ แต่ด้วยความที่มีพื้นผิวมัน จึงทำให้เกิดรอยนิ้วมือได้ง่าย
ด้านหน้าของตัวเครื่องยังคงมีการวางตำแหน่งของปุ่มต่างๆ เหมือนกับ Cooper ตัวแรก และเหมือนกันมือถือ Android มาตรฐานของ Samsung ทั่วไปครับ ซึ่งประกอบไปด้วยปุ่ม Menu, ปุ่ม Home, และปุ่ม Back สามปุ่ม (ปุ่ม Menu และ Back เป็นปุ่มแบบ sensitive touch ระบบสัมผัส แต่ปุ่ม Home เป็นปุ่มกดปกติ)
ส่วนหน้าจอของ Samsung Galaxy Ace 2 จะมีขนาดใหย่ขึ้นกว่า Cooper ตัวเก่า คือ มีขนาด 3.8 นิ้ว ตัวเก่าจะมีขนาด 3.5 นิ้ว และยังมีความละเอียดที่เพิ่มขึ้นเป็น 800x480 พิกเซล (246 ppi) ด้วยครับ ถ้าเทียบกันสองเครื่องจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า Ace 2 นั้นจอสวยกว่า Cooper เยอะพอสมควรเลยทีเดียว
หน้าจอทัชสกรีนรองรับ Multi-touch 8 จุด
ด้านบนของตัวเครื่องมีโลโก้ Samsung เด่นเป็นสง่า พร้อมกับลำโพงสนทนา แต่น่าเสียดายที่ Ace 2 ก็ยังคงไม่มีเซ็นเซอร์วัดแสงหน้าจออัตโนมัติเหมือนกับตัวแรกครับ ส่วนด้านข้างของเครื่องจะเป็นปุ่ม Power ที่ใช้ในการเปิด/ปิด และปลดล็อคหน้าจอเช่นเคย และเซ็นเซอร์สำหรับปิดหน้าจอเวลาที่เอามือถือแนบหูครับ
ส่วนตัวชอบขอบโคเมี่ยมรอบๆ เครื่องนะครับ ให้อารมณ์หรูหราลงตัว เข้ากับดีไซน์ของเครื่องที่โค้งมน ซึ่งถ้าไม่มีอะไรไปขูดแรงๆ ขอบนี้ไม่ลอกแน่นอนครับ
ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่สายคล้องซึ่งส่วนตัวผมก็ชอบมือถือที่มีช่องใส่สายคล้องนะครับ แต่ว่าในมือถือAndroid เกือบทุกเครื่องสมัยนี้กลับไม่ค่อยมีใครให้มา ถัดไปอีกนัดจะเป็นปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และช่องใส่ microSD card ที่สามารถใส่ได้สูงสุดที่ 32GB ครับ
ด้านบนมีเพียงช่องใส่หูฟังครับ ส่วนช่องตรงกลางนั้นเป็นช่องสำหรับเปิดฝาหลังครับ ทำได้โดยการใช้เล็บจิ้มเข้าไป แล้วงัดครับ เปิดได้ไม่ยาก
ส่วนด้านล่าง จะมีช่องไมค์สนทนา และพอร์ต microUSB ครับ
ด้านหลังของเครื่องประกอบไปด้วยกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED และลำโพงSpeaker
คุณภาพของเสียงของลำโพงนอกถือว่าดีครับ เสียงดังชัดใส เมื่อวางราบกับพื้นผิวเรียบเสียงดร็อบไปเล็กน้อย และเสียงจากหูฟังที่แถมมาก็ธรรมดาเรียบๆ แต่ถ้าหาหูฟังดีๆ มาเสียบ คุณภาพเสียงจะดีขึ้นมากเลยครับ เพราะว่าGalaxy Ace 2 มาพร้อมกับเทคโนโลยีเสียง DNSe ใครที่เคยใช้ MP3 ของ Samsung คงรู้จักดีครับ ว่าระบบเสียงตัวนี้ถือว่าเจ๋งใช้ได้เลย
พื้นผิวที่ด้านหลังจะเป็นวัสดุแบบพลาสติกที่มีลาย texture ช่วยให้ไม่ลื่นหลุดมือง่ายๆ ครับ 
เปิดฝาหลังออกมา ก็จะพบกับแบตเตอรี่ความจุ 1500mAh ซึ่งก็มีความจุที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมครับ (รุ่นเดิมความจุอยู่ที่ 1350mAh) 
แต่เมื่อลองใช้งานจริงก็ไม่ต่างจากมือถือสมาร์ทโฟนทั่วไปในตลาดครับ คือสามารถใช้งานได้ครบวันแน่นอน แต่ถ้าจัดเต็มเปิด 3G, Wi-Fi ตลอดเวลา แบตเตอรี่จะหมดไวขึ้นเยอะกว่าเดิมเป็นปกติของสมาร์ทโฟน แนะนำว่าถ้าออกข้างนอกบ่อยๆ นานๆ พกที่ชาร์จพกพา หรือแบตสำรองก็ดีครับ
เมื่อถอดแบตเตอรี่ออก ก็จะเจอแผ่นหลังเปลือยเปล่าแบบนี้ครับ ซึ่งต้องถอดแบตออกก่อนเท่านั้นจึงจะสามารถถอด/ใส่ซิมได้
จุดตรงนี้ครับ ที่ค่อนข้างชอบ คือสามารถใส่สายคล้องได้ จะใส่ได้ต้องถอดฝาหลังออกเท่านั้น
ความหนาของตัวเครื่องอยูู่ที่ 10.5 มิลลิเมตร ซึ่งจะบางกว่ารุ่นเก่าอยู่ 1 มม. แต่ถ้าถือใช้จริงๆ ก็ไม่รู้สึกแตกต่างกันเท่าไหร่ครับ
ส่วนน้ำหนักของ Samsung Galaxy Ace 2 อยู่ที่ 122 กรัม จะหนักกว่าตัวเก่าเล็กน้อยครับ Cooper ตัวเก่าจะอยู่ที่ 113 กรัม เมื่อลองถือดูก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหรเช่นกัน
 
หน้าจอ Home Screen นั้นมีมาให้ 7 หน้า และใช้ยูสเซอร์อินเตอร์เฟส TouchWiz 4.0 UI ทำงานได้ลื่นไหลดีครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีราคาเพียงเท่านี้ ส่วนตัว OS นั้นยังคงใช้ Android 2.3.6 Gingerbread แต่จะสามารถอัพเป็น Android 4.0 ICS ได้แน่นอนครับ
ต่อไปลองมาดูคะแนนความแรง Benchmark ของเจ้านี่กันดีกว่าครับ
 
มาดูกันที่ตัวทดสอบความแรงเครื่องตัวแรกที่ชื่อ AnTuTu กันก่อนคร้บ Samsung Galaxy Ace 2 สามารภทำคะแนนได้ถึง 4426 คะแนน เบียดแซง HTC EVO 3D และเกือบเท่ากับแท็บเล็ต Android อีกตัวคือAmazon Kindle Fire เลยทีเดียว
 
ต่อไปเป็นคิวของโปรแกรม Vellamo ที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งแอพ ซึ่ง Ace 2 ทำคะแนนไปได้ 656 คะแนนครับ 
อย่างไรก็ตาม ทาง TechXcite เองก็ไม่อยากจะให้เพื่อนๆ ไปอ้างอิงกับคะแนน หรือตัวเลขอะไรมากๆ นะครับ อยากให้วัดกันที่การใช้งานจริงมากกว่า ซึ่งมือถือบางตัวทำคะแนน Benchmark ได้เยอะ แต่พอใช้งานจริงกลับกลายเป็นRoom 39 ก็มี (หน่วง) ^^
หน้าจอเวลาโทรออกก็เป็นแบบมาตรฐานครับ คือสามารถโทรออกปกติ, วีดีโอคอล (ในบ้านเรายังไม่ยอมรับ) หรือ ส่งข้อความได้
ส่วนที่แท็บด้านบนก็จะมีแท็บปุ่มตัวเลข, ข้อมูลโทรเข้า/ออก, รายชื่อ, และเบอร์คนโปรดครับ ไม่แตกต่างจากเดิม
ส่วนหน้าจอเมนูหลักก็เป็นไปตามมาตรฐาน TouchWiz UI ของ Samsung ครับ
การใช้งานอินเตอร์เน็ตนั้นถือเป็นข้อดีอีกอย่างของรุ่นนี้เลยครับ เพราะว่าการทำงานค่อนข้างลื่นมาก ไม่กระตุ๊กเลย ถึงแม้ว่าจะเปิดเว็บที่มี Flash เยอะก็ตาม
 
การใช้งานแผนที่ก็เช่นกันครับ ด้วย CPU แบบ Dual-Core ทำให้การค้นหาตำแหน่ง และระบบนำทางทำงานได้รวดเร็ว และจะบอกตำแหน่งได้แม่นยำขึ้น ถ้าเปิดการระบุตำแหน่งโดยใช้ทั้งอินเตอร์เน็ต และ GPS (ซึ่งก็กินแบตเยอะขึ้นเช่นกัน)
ต่อไปลองมาดูเรื่องที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันดีกว่าครับนั้นก็คือการรีวิวกล้องซึ่ง Samsung Galaxy Ace 2มีทั้งกล้องหน้าและกล้องหล้ง โดยกล้องหลังนั้นมีความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash, ระบบAuto Focus, Face Detection โฟกัสใบหน้า, Smile Detection ตรวจจับรอยยิ้ม, รวมถึงมีเอฟเฟคภาพต่างๆ เช่น Greyscale, Sepia ให้เลือกเล่น และสามารถถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดระดับ HD 720p 1280x720 พิกเซล  30fps ลูกเล่นค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ ลองไปชมภาพตัวอย่างจากกล้องตัวนี้กันครับ
สามารถคลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดจริงได้นะครับ
ภาพสุดท้ายเป็นภาพจากกล้องหน้านะครับ

Conclusion

ข้อดี

1. CPU Dual-Core ทำงานลื่นไหล เล่นเกม
2. ราคาน่าสอย
3. หน่วยความจำภายในค่อนข้างเยอะ (เพิ่มได้อีก)
4. มีที่ให้คล้องสาย (หลายๆ ค่ายมองข้ามไป)

ข้อสังเกต

1. ตัวเครื่องเป็นรอยนิ้วมือง่าย
2. กล้องโฟกัสช้าไปนิดนึง และซูมไม่ได้ 
ว่าแล้วก็มาสรุปกันดีกว่าครับว่าเจ้า Samsung Galaxy Ace 2 มันมีข้อดี และข้อสังเกตยังไงบ้าง ก่อนอื่นเลย ต้องขอบอกข้อดีอย่างแรกที่เฮียสัมผัสได้จากมือถือเครื่องนี้ครับ คือเรื่องของราคา Samsung Galaxy Ace 2 นี้เปิดตัวมาแบบใจสุดๆ ตั้งราคามือถือ CPU Dual-Core ตัวนี้ราคามือถือมาที่ 9,900 บาท ซึ่งเปิดราคามาแบบนี้อาจทำให้อีกหลายๆ เจ้ามองค้อนเอาได้ (โดยเฉพาะ HTC One V ที่มีราคาในช่วงเดียวกันพอดีเป๊ะ) จึงทำให้ Ace 2 เป็นมือถือราคาต่ำหมื่นอีกหนึ่งตัวที่น่าเล่นไปโดยปริยาย
และด้วยความที่มาพร้อมกับ CPU Dual-Core ถึงความเร็วจะอยู่ที่ 800MHz ไม่ถึง 1GHz แต่อย่าคิดว่าเจ้านี่จะช้า หรืออืดนะครับ จากการใช้งานจริงเป็นเวลามาระยะหนึ่ง เฮียณัฐค่อนข้างชอบเลยล่ะ กับความลื่น และความเร็วในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเน็ต เล่นเฟสบุ๊คนี้ และยังมาพร้อมกับ GPU Mali 400MP ซึ่งช่วยให้การเล่นเกมลื่นไหลดีมาก 
เอาเป็นว่าเฮียณัฐขอยกให้ Samsung Galaxy Ace 2 เป็นมือถือในดวงใจในราคาต่ำกว่าหมื่นอีกหนึ่งตัวเลยครับ ตัวนี้แหละครับบอกได้คำเดียวว่าคุ้ม!!
ส่วนใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถโพสถามได้ที่นี่ หรือทาง Facebook ของ TechXcite ได้เลยนะครับ รับรองพวกเราไม่ดุครับ ^^
by เฮียณัฐ TechXcite